ย้อนเวลาค้นหาอดีตในมัตสึชิโร่

มิถุนายน 29, 2016 เขียนโดย
หมวดหมู่: จุดที่น่าเที่ยวชม, อาหารน่าชิม

วันนี้มาชวนเที่ยวเมืองใกล้ๆอยู่ในอำเภอนากาโน่ของเรานี่เอง มัตสึชิโร่(Matsushiro) ณ.บัดนาวกำลังดังเพราะละครNHK ได้นำเรื่องราวประวัติศาสตร์สมรภูมิรบครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นจริงที่นี่เมื่อสี่ร้อยกว่าปีที่แล้วมาสร้างเป็นละครประวัติศาสตร์ฟอร์มใหญ่ที่สุดของปีนี้

ว่าแล้วคณะนินจาหนุ่มสาวพราวเสน่ห์ก็กระโดดขึ้นรถเมล์หน้าสถานีนากาโน่มุ่งไปมัตสึชิโร่ นั่งรถเมล์หวานเย็นชมวิวไปเรื่อยๆใช้เวลา30นาทีก็ถึงมัตสึชิโร่ ที่แรกที่เราแวะ แน่นอนต้องเป็นปราสาทมัตสึชิโร่ ปราสาทนี้สร้างในปี1560 ปัจจุบันมีแต่ซากปราสาทแล้ว แต่กำแพงหินและซุ้มประตูได้รับการบูรณะซ่อมแซมต่อจากของเดิมที่เหลืออยู่ ทำให้เห็นความอลังการงานสร้างผสมผสานกับหมู่ซากุระที่มีอยู่เต็มพื้นที่ เสียดายพลาดฤดูซากุระบานไปสองเดือน ไม่อย่างนั้นคงได้ภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆอีกเยอะ

จากปราสาทเดินออกมาไม่ไกลเป็นคุ้มซามุไรของตระกูลซานาดะ (Sanada Residence) เรือนใหญ่กว้างขวาง มีห้อง53ห้อง ถ้าให้เป็นสาวใช้คงคิดหนัก ตัวเรือนแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหน้าใช้สำหรับว่าราชการงานเมือง ส่วนหลังเป็นที่พักส่วนตัว มีสวนญี่ปุ่นสวยสงบตามสไตล์สวนญี่ปุ่น ในวันที่อากาศดีจะเห็นเทือกเขาอยู่ไกลๆเป็นฉากหลัง

โรงเรียนนักรบ
ออกจากเรือนซามุไรของตระกูลซานาดะแล้ว เดินออกมาหน่อยเลี้ยวตรงมุมถนน(หลบม้าหลบเกวียนให้ดีๆนะ) ก็จะมาถึงสำนักที่สอนเหล่าลูกท่านหลานเธอให้เป็นซามุไรที่แท้จริงมีชื่อว่า บุนบุกักโก (Bunbu School) ภายในกว้างขวาง มีหลายอาคารแยกเป็นแผนกบุ๋นกับู๊ แผนกบุ๋นเรียนกันที่เรือนใหญ่ พื้นเป็นไม้มันปลาบ ส่วนแผนกบู๊เรียนศิลปะป้องกันตัวต่างๆ แยกกันไปเป็นหลังๆเลย ลานยิงธนู ลานดาบ ลานทวน และอื่นๆ วันนี้ลองลงวิชาธนูดู ธนูญี่ปุ่นหรือคิวโด มีวิธียิงที่แตกต่างจากธนูตะวันตก ที่เห็นง่ายๆคือการง้างที่ดึงลึกเข้ามาเลยหลังหู (น่ากลัวหูจะขาด) เค้าเปิดให้ลองเล่นมีครูสอนด้วย สนุกดีและไม่ยากอย่างที่คิด

ออกกำลัง(นิดหน่อย)แล้วหิวมาก ที่มัตสึชิโร่มีร้านอาหารอร่อยๆหลายที่ เราเลือกไปที่”เทระมาจิโชคะ” เป็นบ้านคหบดีเก่าสร้างตั้งแต่สมัยเอโดะ และใช้ทำการค้าอู้ฟู่สุดๆในยุคเมจิจนถึงต้นโชวะ ทั้งตัวอาคารหลายหลังและสวนสวยเป็นการวางผังตามแบบโบราณ ภายหลังทายาทรับภาระค่าบำรุงรักษาไม่ไหว ได้ขายให้กับอำเภอนากาโน่(หลายตังค์) อำเภอนำมาบูรณะแล้วเปิดให้ประชาชนเช่าทำธุรกิจโดยมีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไข เหมือนเปิดเป็นพิพิทธภัณฑ์ที่มีชีวิตเลยเนอะ
อาหาร เป็นอาหารท้องถิ่นแท้ๆ มีข้าวหน้าแอพริคอตเป็นอาหารขึ้นหน้าขึ้นตา อร่อยไหม? อันนี้ต้องแล้วแต่คนชอบ แต่ที่แน่ๆคือถูกปากคนเขียน หวานข้าวเพราะเป็นข้าวเหนียวญี่ปุ่นและมีเปรี้ยวพริ้วๆผสมอยู่ปลายลิ้น ทานกับซุปมิโซะร้อนๆ เท่านี้ก็อิ่มไม่อ้วน ได้โอยากิแถมมาอีกสองลูก (ทานไม่ไหวเก็บกลับบ้านไปโลด)

สนามรบสนามรัก(กันไว้เถิด)
ในที่สุดก็มาถึงไฮไลท์สองรายการของทริปนี้ ที่แรกคือสมรภูมิรบคาวานาคาจิม่า (Battles of Kawanakajima) ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะเชิงอนุสรณ์สถาน เป็นสนามรบจริงของกองทัพของทาเคดะที่ยกพลมาจากไค(ปัจจุบันคือจ.ยามะนาชิ)และกองทัพของอูเอซุกิที่ยกพลมาจากเอจิโกะ(ปัจจุบันคือนีกาตะ) สองทัพยกมาเจอกันกลางทางซึ่งก็คือนากาโน่ในปัจจุบันนั่นเอง (ฉลาดเนอะยกออกมารบนอกบ้าน) สงครามนี้รบกันยาวนานถึง12ปี มีการประทะกันถึง5ครั้งพลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินไปมากมาย โดยเฉพาะสงครามครั้งที่สี่ ที่มีทหารของทั้งสองฝ่ายตายมากกว่า7,000คน ศพของทหารเหล่านั้นไม่สามารถแยกเป็นก๊กเป็นฝ่ายได้ เมื่อตายแล้วก็ถูกฝังรวมกันณ.สนามรบนั่นเอง หลุมศพทหารนับพันกลายเป็นเนินดินสูงขนาดภูเขาลูกย่อมๆ ทำให้ระลึกถึงความโหดร้ายของสงครามได้อย่างเป็นรูปธรรม ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครแพ้ใครชนะโดยเด็ดขาด หลังจากการรบครั้งที่ห้า ทั้งสองฝ่ายก็เลิกรากันไปเอง ประมาณนี้
ออกจากสมรภูมิรบแล้ว เหล่านินจาก็พากันไปวัด”โจโคคุจิ” ที่สร้างขึ้นเพื่อส่งวิณญาณของผู้เสียชีวิตในสงครามทั้งสองฝ่าย และมีพิพิทธภัณฑ์เล็กๆที่เก็บอาวุธและข้าวของจริงๆในช่วงสงคราม ที่น่าประหลาดใจคือวัดและพิพิทธภัณฑ์นี้เล็กและเงียบมาก ไม่กล้ามาคนเดียวเด็ดขาด

เชอร์รี่ เชอร์รี่ เชอร์รี่
ไฮไลท์อีกรายการ คือ สวนเชอร์รี่ในมัตสึชิโร่ แต่ละลูกทั้งแดงทั้งอร่อย สวนนี้เค้าเปิดให้เก็บกินได้ ค่าเสียหายครึ่งชั่วโมง1,800เยน อย่าคิดว่า”แป๊บเดียวเองจะกินทันเหรอ”เชียวนะ ขนาดกินไปถ่ายรูปไปชี้ชวนกันดูต้นนั้นต้นนี้ ยังกินจนพุงกาง(กลับมาปวดท้องที่บ้าน5555) วิธีเก็บเชอร์รี่ที่ถูกต้องต้องเก็บเป็นคู่ เจ้าของสวนเค้าว่างั้น ในสวนมีเชอร์รี่สี่พันธุ์ บางพันธุ์ลูกโตสีสวยเนื้อจะแข็งๆหน่อยรสไม่หวานมากมีขมนิดๆ พันธุ์ที่หวานลูกจะออกสีส้มๆเนื้อนิ่มไม่ใหญ่มาก อีกพันธุ์ที่เปรี้ยวมากไม่อร่อยเลย ชื่อพันธุ์ว่าซาโอริ

ปิดท้ายที่ศาลเจ้าโซซัน ศาลเจ้าใหญ่มากมีประติมากรรมสำริดอยู่หน้าศาลเจ้า ดูแล้วละม้ายรูปปั้นนโปเลียน โซซัน ซาคุมะ เป็นบรมาจาร์ยผู้ทรงความรู้และเป็นยอดอัจฉริยะที่มีหัวก้าวหน้ามากๆในสมัยปลายเอโดะ เป็นบุคคลสำคัญในการเปิดประเทศ ท่านเปิดโรงเรียนและมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการฟื้นฟูเมจิในเวลาต่อมา ดังนั้นผู้คนในปัจจุบัน จึงนับถือท่านเป็น”เทพเจ้าแห่งการเรียนรู้” เป็นสถานที่ที่คนนิยมมาสักการะบูชาเพื่อขอให้สอบผ่าน

หาที่นอนกันดีกว่า
ก่อนจบทริปแวะไปเซอร์เวย์ที่พักมาด้วย
มัตสึชิโร่มีโรงแรมใหญ่ระดับ4ดาวเพราะอยู่ใกล้ทางลงทางด่วน เดินทางสะดวกมาก แต่สำหรับเพื่อนๆที่อยากพักแบบได้บรรยากาศพื้นบ้าน รู้สึกประมาณซามุไรมาหายใจรดต้นคอ (อึ๊ย) ลองมาพักที่ Guesthouse Hoteiya ที่นี่เป็นบ้านไม้เก่าสมัยเมจิมีอายุประมาณ120ปี เมื่อก่อนเป็นร้านขายผ้าไหม เจ้าของปัจจุบันนำมาซ่อมแซมตกแต่งใหม่แต่ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ที่พักเป็นแบบdormitory นอนรวมกัน มีสองชั้นแยกชายหญิง มีครัวเล็กๆห้องน้ำสองห้องและห้องอาบน้ำ(ฝักบัวมั๊ง) สนนราคาคืนละ3,300เยนต่อคนไม่รวมอาหาร หรือจะเหมาไปเลย ห้องละ16,500เยน นอนได้ถึงห้าคน ถ้ามาเป็นหมู่คณะเหมาเป็นหลังเลยก็คุ้มนะคะ http://hotei-ya.net

ใส่ความเห็น

(required)


*