เช่ารถเที่ยวภาคเหนือของจังหวัดนากาโนะสองวันหนึ่งคืน

มีนาคม 15, 2017 เขียนโดย
หมวดหมู่: การเดินทางภายในพื้นที่, ประสบการณ์

วันนี้แพนจะพาเพื่อน ๆ ไปออกทริปส่วนตัวกันที่ภาคเหนือของจังหวัดนากาโนะ ตามลิสสถานที่ข้างล่างนี้ค่ะ

  1. ลานสกีและหมู่บ้านออนเซ็นโนซาว่า
  2. ร้านอาหารในกระท่อมหิมะคามากุระ
  3. ทะเลสาปโนจิริกันค่ะ

คราวนี้ขอเสนอให้เดินทางโดยการเช่ารถ ซึ่งเป็นวิธีการท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องคอยดูเวลารถไฟทำให้รีบเร่งจนเที่ยวแบบตก ๆ หล่น ๆ นะคะ
การเช่ารถที่ญี่ปุ่นนั้น คือให้ท่านเตรียมใบขับขี่สากลและบัตรเครดิตมาก็สามารถเช่ากันได้ง่าย ๆ
ครั้งนี้แพนได้ใช้บริการของ  Toyota Rental Car หน้าสถานีนากาโนะนะคะ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6 ชั่วโมง 5400 เยน ไม่รวมค่าประกันค่ะ ในรถมี Car Navigation ติดตั้งเรียบร้อย และสามารถเช่าบัตรขึ้นทางด่วน ETC card ได้ต่างหากในราคา 300 เยน

สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ → https://rent.toyota.co.jp/eng/

หลังจากได้รถเรียบร้อย เราก็เอากระดานสโนวบอร์ดและสำภาระอื่น ๆ สำหรับข้างคืนขึ้นรถไปพร้อมออกเดินทางค่ะ
การเดินทางโดยรถยนต์นี้ทำให้เราสามารถฟังเพลงไปพลางเม้ามอยกับเพื่อนและชื่นชมธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของจังหวัดนากาโนะไปพลางได้ทำให้ตลอดเวลาการเดินทางเพลิดเพลินไม่น่าเบื่อ

 

 

 

มาถึงจุดหมายแรกของเราคือลานสกีโนซาวาออนเซ็น เป็นอีกหนึ่งลานที่ใหญ่ มีคอร์สเยอะ และวิวสวยมาก ๆ ค่ะ เราได้พูดถึงการเล่นสกีไปในทริปฮะคุบะกันเยอะแล้ว ทริปนี้ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกันค่ะ

 

ข้อดีของลานสกีโนซาว่าออนเซ็นคือตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านโนซาว่ามาก เรียกได้ว่าสามารถเดินไปได้เลยทีเดียว
หมู่บ้านโนซาว่านี้ขึ้นชื่อว่ามีออนเซ็นมากมายหลากหลายประเภท และทุกออนเซ็นสามารถเข้าแช่ได้ฟรีค่ะ
ในละแวกออนเซ็นนี้ยังมีร้านอาหารและร้านขายของฝากมากมายอีกด้วย ถึงแม้ตอนกลางคืนผู้คนก็ยังเดินกันพลุกพล่าน ไม่เหงาเลย

 

ครั้งนี้แพนและเพื่อนพากันไปพักที่โรงแรมเล็ก ๆ ในตัวหมู่บ้านที่มีออนเซ็นในตัวแต่เล็กมากเข้าได้แค่สองคนและรวมหญิงชาย เราจึงตัดสินใจไปอาบน้ำและแช่ออนเซ็นกันที่ โนซาว่าออนเซ็นสปารีน่ากันค่ะ
ที่โนซาว่าออนเซ็นสปารีน่านี้ มีอางน้ำโอฟุโระในล็อกเกอร์รูม และมีสระว่ายน้ำร้อนออนเซ็นกลางแจ้งด้วย(รวมหญิงชาย) จะเข้าสระกลางแจ้งนี้ แขกต้องเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำเท่านั้น

 

การแช่ออนเซ็นหลังจากเหนื่อยจากการไปเล่นสกีมาทั้งวันนั้นเหมือนการได้ขึ้นสวรรค์บนดินแท้ ๆ
ออนเซ็นธรรมชาตินั้นมักถูกกล่าวว่ามีสรรพคุณลดความเมื่อยล้าของร่างกาย คลายเครียด ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ และยังทำให้ไขมันสลายทำให้ผอมได้อีกด้วย

คืนหลังจากแช่ออนเซ็น เราก็ตื่นเช้ามากับความสดใส พร้อมออกเดินทางต่อ
วันที่สองนี้ พวกเราได้เดินทางไปกินข้าวเที่ยงคือหม้อไฟอาหารท้องถิ่นของอี่ยามะกันที่กระท่อมหิมะ Iiyama Kamakura Restaurant


กินหม้อไฟนาเบะกันในกระท่อมแสนอุ่นท่ามกลางหิมะขาวโพลนกลางธรรมชาติ ลิ้มรสชาติอาหารพื้นเมืองที่สะอาดและบริสุทธิ์ ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ


มื้อเที่ยงที่กระท่อมคามากุระนี้จัดขึ้นทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์และเป็นระบบจองก่อนเท่านั้น โดยสามารถจองได้ที่เว็บไซต์ข้างล่างนี้ ↓
https://www.iiyama-ouendan.net/special/kamakura/

ท้องเต็ม กองทัพก็เดินต่อ จุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ เรามุ่งหน้าไปยังทะเลสาปโนจิริกันค่ะ
เป็นทะเลสาปที่กว้างใหญ่และสวยงามมาก เราโชคดีที่ไปได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินพอดี เลยได้รูปมาอวดทุกคนในที่นี้กันค่ะ ปกติแล้วทะเลสาปโนจิรินี้มีกิจกรรมนั่งเรือตกปลาให้ทำกันในราคาค่าเรือ 3700 เยนและค่าตกปลา 700 เยน โดยเรือออกเวลา 8:00-15:00 ครั้งนี้แพนและเพื่อนไปไม่ทันเลยอดกันไป

นักขับทุกท่านอ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ สนใจมาลองขับรถเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติกันซักครั้งมั้ยคะ?

 

ไปเล่นสกี/สโนวบอร์ดที่ฮะคุบะกันเถอะ!

กุมภาพันธ์ 28, 2017 เขียนโดย
หมวดหมู่: จุดที่น่าเที่ยวชม

หุบเขาฮะคุบะในจังหวัดนากาโนะ เป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยภูเขาที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือล่องแก่ง กระโดดร่มชูชีพ ดูดาวหรือชมหิ่งห้อยตามแม่น้ำ แอดแวนเจอร์พาร์ค และอื่น ๆ แต่สำหรับหน้าหนาวนี้แล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เล่นสกีในลานสกีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นแห่งนี้


หุบเขาฮะคุบะประกอบไปด้วยลานสกีถึง 5 ลานด้วยกันคือ Happo-One, Goryu, Hakuba47, Iwatake และ Sanosaka แต่ละลานล้วนมีเอกลักษณ์และคอสระดับต่างกันออกไป ครั้งนี้แพนจะขอแนะนำลาน  Iwatake และ Hakuba47 ให้ทุกคนได้รู้จักกันค่ะ



ลาน Iwatake กว้างและเล่นง่าย มีทั้งหมด 26 คอร์ส ความยาวสูงสุด 3300 เมตร คอร์สที่มีความชันมากที่สุดคือ 35 องศา มีวิวที่สวยงามเหมาะสำหรับทั้งการเล่นสกีและสโนวบอร์ด และยังใช้เป็นสถานที่แข่งขันสกีของนักเรียนทั่วประเทศติดต่อกันถึง 44 ปีจนถึงปัจจุบัน (ณ ปี 2017)


 

ลาน Hakuba47 มีทั้งหมด 8 คอร์ส ความยาวสูงสุด 6400 เมตร ข้างบนยอดเขาเชื่อมกับลาน Hakuba Goryu เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่ชอบเล่นสโนวบอร์ด เพราะมีพาร์กที่มีเนินและบ็อกซ์ให้กระโดดมากมาย รับรองว่าถูกใจคนที่ชอบเล่นผาดโผนแน่นอน


ไม่เพียงแค่นักสกีระดับแอดวานซ์ แต่คนที่ไม่เคยเล่นสกี / สโนวบอร์ดมาก่อนก็เริ่มเล่นกันได้ง่าย ๆ โดยในแต่ละลานจะมีโรงเรียนสอนที่มีอาจารย์ฝีมือดีคอยประจำอยู่ตลอด ผู้ที่สนใจสามารถไปลงทะเบียนเรียนเป็นครั้ง ๆ ไป โดย 1 ครั้งใช้เวลา 2 ชั่วโมงราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 4000 เยนสำหรับการเรียนเป็นกลุ่ม และประมาณ 12000 เยนสำหรับการเรียนตัวต่อตัว

 


นอกจากการเล่นสกี / สโนวบอร์ดแล้ว ภายในลานยังมีกิจกรรมที่ให้เพื่อน ๆ ได้สนุกกับการเล่นหิมะอีกมากมาย เช่น เดินบนหิมะด้วยรองเท้าหิมะชมวิวและสัตว์ป่า (snow shoes) หรือเล่นบานานาโบ้ดบนหิมะ (snow mobil) เหมาะสำหรับคนที่ไม่เล่นกีฬาหนัก หรือเหนื่อยจากการเล่นสกี ถือเป็นกิจกรรมที่สนุกแปลกใหม่และฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี


หลังจากเหนื่อยล้าจากการเล่นสกีกันมาทั้งวัน สิ่งต่อไปที่คิดว่าทุกคนคงถามหาคือที่พักดีดีที่มีอ่างน้ำร้อนให้แช่คลายเมื่อยซักแห่ง ครั้งนี้แพนอยากแนะนำโรงแรม Inner village Miyama ที่อยู่ใกล้ ๆ ลานสกี Iwatake มีห้องทั้งแบบนอนฟูกฟูตงแบบญี่ปุ่น และนอนเตียงแบบยุโรป ถึงแม้มีอ่างน้ำโอฟุโระขนาดใหญ่ (แยกชายหญิง) ก็ยังมีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนด้วย และที่สำคัญ คืออาหารทั้งเช้าและเย็นที่มีให้เลือกระหว่างบุ๊ฟเฟ่หรืออาหารเซ็ท (แอบกระซิบว่าอาหารเซ็ทนี่ก็เสิร์ฟด้วยปริมาณที่เปรียบเสมือนกินบุ๊ฟเฟ่เลย) แถมเจ้าของโรงแรมยังใจดีอีกด้วยค่ะ


สุดท้ายนี้ ขอเพิ่มเติมความรู้ประวัติศาสตร์กันเล็กน้อย
จังหวัดนากาโนะเคยเป็นที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งที่ 18 ในปี 1998 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้จังหวัดนากาโนะเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีนักสกีและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวภายในจังหวัดเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันสถานที่จัดการแข่งขันได้แปรสภาพมาเป็นลานเล่นไอซ์สเก็ต หอประชุม และงานจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้เช่นกันค่ะ

เดินเล่นในเมืองโบราณกลางธรรมชาติ ซาคุ

ตุลาคม 7, 2016 เขียนโดย
หมวดหมู่: จุดที่น่าเที่ยวชม
  มาวันนี้อยากขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ SAKU city อีกหนึ่งเขตที่น่าสนใจของจังหวัดนากาโนะค่ะ ซาคุได้ชื่อว่า balloon city โดยเทศกาลการประกวดแข่งขัน balloon festival ที่จัดขึ้นในเดือนพฤศภาคม ช่วง golden week ของทุกปี มีผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 40 รายและมีผู้ชมมาร่วมงานจากทั่วประเทศ
  นอกจากการประกวดแข่งขันแล้ว หนึ่งวันในหนึ่งเดือน (กรกฎาคม สิงหาคมและกันยายน) ทุกท่านที่สนใจสามารถทดลองนั่งบอลลูนที่ลอยสูงจากพื้นดินกว่า 20เมตรได้ในราคาเพียง 1000 เยนเท่านั้น
  การที่จะอัดลมให้บอลลูนมากกว่า 40 ลูกลอยขึ้นเรียงกันอย่างงั้นได้นั้น แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีพืนที่ราบกว้างใหญ่ ไม่เกะกะขวางทางจราจรและไม่สร้างความเดือนร้อนให้ผู้อยู่อาศัยแถบนั้น จึงเป็นไปได้ยากที่จะจัดในเมืองใหญ่ที่ผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลา ความจริงแล้วซาคุเป็นเมืองที่เงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และมีสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่น่าสนใจเยอะ
  วันก่อนได้มีโอกาสไปช่วยฝ่ายท่องเที่ยวและทัศนศึกษาสถานที่มาเลยอยากเล่าสู่กันฟังให้ทุกคนฟังค่ะ รบกวนทุกคนคลิกเลื่อนภาพไปเรื่อย ๆ พร้อมอ่านคำบรรยายตามรูปเลยนะคะ วันนี้เราได้เดินทางจากสถานีนากาโนะด้วยชินคันเซ็นเป็นเวลา20นาที มาลงสถานี Sakudaira (จากโตเกียวก็ต่อเดียวถึง)
เปิดวันมาหลังจากแนะนำตัวกันเสร็จเราก็ได้ของขวัญเป็นหมวกชาวนาสานมือที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทุกคนดีใจเลยพากันใส่เดินตลอดทั้งวันเลย 555
 

สถานที่แรกที่เราไปแวะคือศาลเจ้าสุวะ(Suwa Jinja) เป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ แต่การแกะสลักเค้าสวยงามและปราณีตมาก ปกติแต่ละศาลเจ้าจะมีเรื่องเด่นประจำที่ แต่ที่นี่ตรงที่จับที่สั่นระฆังเป็นไม้หกเหลี่ยม แต่ละเหลี่ยมมีเขียนว่า บ้านเมืองปลอดภัย การศึกษาประสบความสำเร็จ เดินทางปลอดภัย ที่เหลือแอบลืม (คือช่วยได้ทุกเรื่องอะ)


ต่อมาเราก็ไปแวะโรงเหล้าสาเกกัน ความจริงตอนนี้นากาโนะกำลังโปรโมตเรื่องเหล้าสาเกกับไวน์ท้องถิ่น โดยเหล้าที่ผ่านการคัดสรรจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะได้รับประกาศณียบัตรและได้สติกเกอร์สีแดงแปะที่ขวด เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นเหล้าที่ได้รับการยอมรับจากจังหวัด

  ข้างบนชั้นสองของโรงเหล้า งงมาก ปรากฎว่าเป็นคล้าย ๆ พิพิธภัณฑ์ มีชุดซามูไรสมัยก่อนวางอยู่กลางห้อง และจัดแสดงของสมัยโบราณ เช่น ธนบัตร เหรียญทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศ อาวุธ สิ่งของเครื่องใช้ในสมัยก่อน ตัวสถานที่เองก็เป็นบ้านญี่ปุ่นที่มีคานไม้ใหญ่อลังการมาก ได้อารมณ์ญี่ปุ่นจริง ๆ
 

  กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เนื่องจากรู้ว่าต้องเดินเยอะ ไกด์เลยจัดเต็มข้าวเที่ยงให้ เป็นมิโซะคัตสึด้งที่ร้านชื่อ fujita shokudo ซึ่งคัตสึด้งปกติที่เคยกินมามันก็จะมาแค่ข้าวกับหมูราดมิโซะ แต่ร้านนี้มีผักหลากหลายชนิด สีสันสวยงามพร้อมไข่ออนเซ็นอีกด้วย วิธีกินคือให้เตาะไข่แตกแล้วคนๆให้เหลว แถมใส่วาซาบิอีก แล้วเอามิโซะคัตสึจิ้มไข่นั้นกิน คืออร่อยมากขอบอก รสชาติมิโซะก็ไม่เค็มเหมือนของนาโกย่า (มีแอบเปรียบเทียบ55) จะออกหวานเล็กน้อย คือกินง่าย และมีผักประกอบทำให้รู้สึก healthy และอิ่มมหาศาล (ในเซ็ตมีมิโซะซุปมาให้ด้วยนะ)

คราวนี้เราได้แวะดูบ้านคนที่เก่าแก่โบราณและมีโครงสร้างไม่เหมือนชาวบ้าน คือเอาทางเข้ามาไว้ทางหน้าจั่ว (บ้านเราเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เอาทางเข้าไว้ทางยาวมากกว่า) น่าเสียดายที่เจ้าของไม่อยู่เลยไม่สามารถเข้าไปดูข้างในได้

  เลยออกเดินทางต่อไปตามทางเดินที่เรียกว่า Nakasendo ซึ่งความจริงแล้วเป็นไฮไลท์ของวันนี้ เค้าว่ากันว่าเป็นทางที่เจ้าหญิงเดินเท้าจากคันไซมาพบเจ้าชายที่คันโต เป็นทางยาวต่อเดียวถึงเลย เดินลงมาเรื่อยก็กลายเป็นทางเรียบแม่น้ำชิคุมะ ตอนนี้มีสะพานสีแดงเด่นเป็นสง่า แต่เมื่อก่อนที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนา เค้าข้ามแม่น้ำกันโดยเอาเรือมาจอดต่อ ๆ กันแล้วเอาไม้กระดานพาดเป็นทางข้าม ซึ่งคนรวยเท่านั้นที่สามารถจ่ายค่าผ่านทางได้ คนจนที่ไม่มีเงินจ่ายก็พยามจะว่ายน้ำข้ามไปเอง แต่ด้วยกระแสน้ำที่แรงและเร็ว ทำให้คนเหล่านั้นถึงแก่ชีวิตกันมานับไม่ถ้วน ฟังแล้วก็แอบอินอะ

สถานที่สุดท้ายก่อนกินข้าวเย็นคือ ศาลเจ้าที่มีพระพุทธรูปช่วยให้อายุยืน บินโคโระ ได้ไหว้พระหยอดเงินแล้ว ทีนี่เราก็อายุยืนถึงร้อยปีแล้ว 555 สาธุ


  เดินมาทั้งวันทีนี้เราก็เหลือภารกิจสุดท้าย คือการกินข้าวเย็นแสนอร่อยนั่งเอง เรามาฝากท้องไว้ที่ร้าน Deneimon อยู่หน้าสถานี Sakudaira เลย ภายในร้านบรรยากาศหรูหราไฮโซได้ใจมาก อาหารที่ออมาก็มากมายและอลังการมากตามรูป เช่น ซาชิมิปลาคราป (กินทั้งก้าง) เต้าหู้เนื้อแน่นปึ้ก สุกี้ยากี้ ปลาย่าง เทมปูระ โซบะเย็น (ซารุโซบะของดังของนากาโนะ) ไข่ตุ๋น เป็นต้น

เป็นวันหยุดที่ได้พักผ่อนในเมืองที่สงบ ท่องเที่ยวอย่างอิ่มหนำสำราญ สนุกพร้อมได้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วย นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของเมืองซาคุเท่านั้นนะคะ ใครที่กำลังหาที่เที่ยวในญี่ปุ่นแบบเน้น พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ราคาไม่แพง เดินทางสะดวก สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมืองซาคุได้ตามลิ้งข้างล่างนี้เลยนะคะ