อียาม่า (iiyama) เมืองเล็กๆแต่มีอะไรให้ค้นหามากมาย

กรกฎาคม 12, 2017 เขียนโดย
หมวดหมู่: การเดินทางภายในพื้นที่

สำหรับชาวต่างชาติเมืองอีย่ามาอาจฟังดูแล้วไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่ บางคนอาจนึกไม่ออกว่าเมืองนี้อยู่ตรงส่วนไหนของประเทศญี่ปุ่น อียาม่าเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อียาม่า ก่อนไปก็ยังนึกภาพไม่ออกว่านอกจากพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาแล้วอียาม่าจะมีอะไรให้ทำหรือมีอะไรให้ดูบ้าง แต่พอไปถึงแล้วก็ได้พบว่าอียาม่าเป็นเมืองเล็กๆก็จริง แต่มีกิจกรรมให้ทำมากมายและมีอะไรให้น่าค้นหาอีกมากมาย

เริ่มตั้งแต่ก้าวลงจากรถไฟ สถานีอียาม่าใหญ่โต สวยงามและอลังการกว่าที่คิด มีศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามอยู่ที่สถานีรถไฟชั้น 1 มีเจ้าหน้าที่อัธยาศัยดีเป็นกันเองคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรมท่องเที่ยวในอียาม่า ใกล้ๆกับศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวจะมีที่ให้เช่าจักรยานและชุดสำหรับใส่ทำกิจกรรม outdoor มากมายทั้งชุดเสื้อกันลม กันฝน รองเท้า เป็นต้น
จักรยานที่ให้เช่าสภาพดีมาก มีให้เลือกมากมายทั้งจักรยานเสือภูเขา จักรยานถีบ 2 คน จักรยานตะลุยหิมะ


โปรแกรมของวันนี้ เริ่มจากการเล่นโยคะท่ามกลางป่าไม้และธรรมชาติ ซึ่งเค้าเรียกกันว่า “ชินรินเธอราพี” เราออกเดินทางจากสถานีอียาม่าด้วยรถบัสรับส่งเพื่อไปยัง “นาเบะกุระ โคเก็น โมริโนะอีเอะ” ใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมงกว่า ค่ารถ+ค่าเรียนโยคะ 1 ชั่วโมงอยู่ที่ 2,000 เยนต่อคน เมื่อไปถึงจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับและอธิบายรายละเอียด จากนั้นเราก็เดินตามครูสอนโยคะเข้าไปในป่า เริ่มเรียนโยคะขั้นพื้นฐานกันเลย !

การเรียนโยคะท่ามกลางป่าไม้ นอกจากจะช่วยให้เราได้รวบรวมกายและใจให้เป็นหนึ่งเดียวแล้ว กลิ่นของต้นไม้ ใบไม้ กลิ่นดินในป่า ช่วยทำให้ผ่อนคลายได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ตัวผู้เขียนเองเป็นคนชื่นชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยเรียนโยคะซักที การได้ลองเรียนโยคะในครั้งนี้ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและได้เหงื่อพอสมควร จนอดคิดไม่ได้ว่าหลังจากจบทริปนี้คงต้องหาคอร์สเรียนโยคะต่อแล้วละ!

เมื่อเรียนโยคะเสร็จ พวกเราก็เดินลัดเลาะไปตามทางเดินในป่า ชมนกชมไม้ ดูธรรมชาติไปเรื่อยๆ

จากนั้นคนที่เป็นคนคิดโปรแกรมการเดินทางของวันนี้ (คนคิดโปรแกรมเป็นสามีภรรยาชาวอังกฤษและอเมริกา ทั้งสองคนหลงรักเสน่ห์ของเมืองอียาม่าจนถึงขั้นย้ายมาอาศัยอยู่ที่อียาม่าเลย) ก็พาเราไปรับประทานโซบะ หลายคนอาจยังสงสัยว่า จริงๆโซบะก็มีทั่วญี่ปุ่น หาทานที่ไหนก็ได้นี่นา แต่ขอบอกว่า สำหรับคนญี่ปุ่นเอง เมื่อพูดถึงโซบะต้องนึกถึงนากาโน่ เนื่องจากนากาโน่เป็นแหล่งปลูกโซบะขนาดใหญ่ ประกอบกับจังหวัดนากาโน่อยู่ในพื้นที่สูงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นบัควีตที่เค้าเอามาทำโซบะเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีน้ำธรรมชาติ ที่มีรสชาติอร่อยจึงทำให้ได้โซบะรสอร่อยไม่เหมือนใครนั่นเอง
ว่าแล้วก็…ตามไปดูกันเลยว่าร้านโซบะที่เค้าพาเราไปทาน มีบรรยากาศเป็นอย่างไรและจะน่าทานขนาดไหน


ถึงแล้ว!! ร้านโซบะ อยู่ติดเชิงเขา โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ สวยงามสะดุดตาตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าร้านให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นจริงๆ จนแอบนึกไปว่า บรรยากาศราวกับอยู่ที่เกียวโตยังไงยังงั้นเลย
เมนูมีให้เลือกมากมาย แต่ผู้เขียนเลือกทานซารุโซบะกับเท็มปุระผักรวม หน้าตาน่าทานมากมายส่วนเรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง เส้นโซบะจะมีรสชาติเฉพาะตัว ไม่เหมือนกับโซบะที่ทานที่จังหวัดอื่นจริงๆ !!

เมื่อรับประทานโซบะกันจนอิ่ม ไกด์ท้องถิ่นก็พาเราไปแนะนำและเที่ยวชมสถานที่ต่างๆของหมู่บ้านนี้
หมู่บ้านนี้มีชื่อว่า “หมู่บ้านโคสุเกะ”เราตามไปดูกันเลยว่าเค้าพาไปที่ไหนบ้าง


เริ่มจากซุ้มประตูโทริอิและบันไดหิน เค้าบอกว่าที่นี่เดิมทีเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่สถิตย์ของเทพเจ้ามากมาย เนื่องจากเดิมทีประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นับถือเทพเจ้า สถานที่บริเวณนี้ เคยเป็นวัด เป็นที่พักของนักบวชและเป็นสถานที่เรียนของนักบวชในสมัยก่อน ซ้ายมือของซุ้มประตูทางขึ้นไปยังศาลเจ้าบนภูเขา มีแผ่นป้ายหินตั้งอยู่ มองผิวเผินมันก็คือแผ่นป้ายหินธรรมดาแต่ไกด์บอกว่าป้ายหินนี้เป็นป้ายหินของวัดพุทธที่สร้างขึ้นในช่วงที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง แต่เมื่อถึงยุคที่พุทธศาสนาเสื่อมลง แผ่นป้ายหินนี้ได้ถูกทำลายลงโดยการนำไปฝังดิน และหลังจากที่เลยยุคที่พุทธศาสนาเสื่อมลงไปแล้วแผ่นป้ายก็ถูกขุดขึ้นมาแล้วนำมาตั้งไว้ตรงนี้อีกครั้ง ถ้าเราไม่มีไกด์ช่วยอธิบายเราจะไม่รู้เลยว่าแต่ละที่นั้นมีความเป็นมาอย่างไร จากนั้นไกด์พาเราเดินเข้าไปในป่าสน เค้าบอกว่าซากกำแพงหินตั้งเรียงรายที่เราเห็นอยู่เนี่ยะจะมองให้หินที่อยู่ตรงกลางเป็นเกษรแล้วหินรอบๆเป็นดอกไม้ 8 กลีบก็ได้ บริเวณที่มีซากกำแพงหินเดิมทีเป็นที่ตั้งของวัดและเป็นที่เรียนของนักบวชที่ว่ากันว่ามีมากถึง 37 แห่งเลยทีเดียว จากนั้นเราก็เดินลัดเลาะเข้าไปในหมู่บ้าน หมู่บ้านเล็กๆ ที่เงียบสงบรายล้อมไปด้วยป่าไม้และทุ่งนา มีโรงนาและยุ้งฉางเก่าแก่และบ้านชาวนาที่มีแบล็คกราวน์เป็นภูเขาและทุ่งหญ้าที่สวยงามให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเมืองใหญ่ที่มีความวุ่นวายและแออัด จากนั้นไกด์ก็พาเราก็เดินชมรอบๆหมู่บ้าน


ในหมู่บ้านมีศาลเจ้าเก่าแก่ แต่ที่ผู้เขียนสนใจมากเป็นพิเศษเลยก็เห็นจะเป็นอาคารไม้เก่าๆหลังหนึ่งซึ่งไกด์บอกว่าเดิมทีที่นี่เป็นวัดพุทธ ด้านในมีพระพุทธรูปอมิตาที่สั่งทำจากเกียวโต โดยช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงของเกียวโต แล้วนำลงเรือล่องทะเลเข้ามาทางจังหวัดนีกาตะ จากนั้นก็ล่องเรือผ่านมาทางแม่น้ำชิกุมะและชาวบ้านช่วยกันลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อถึงยุคที่พระพุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่นเสื่อมความนิยมลงในสมัยเมจิ ลัทธิชินโตก็กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ทำให้พุทธศาสนาในญี่ปุ่นถูกยกเลิกและโดนล้มลางไป วัดแห่งนี้ก็เลยต้องเปลี่ยนจากวัดไปเป็นศาลเจ้าที่น่าแปลกตรงที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ จากนั้นศาลเจ้าแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนสภาพมาเป็นศูนย์ชุมชนและจะมีการรื้อถอนหลายครั้งแต่เนื่องจากด้านในมีพระพุทธรูปที่สำคัญประดิษฐานอยู่ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้จึงได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่ด้านในกลับไม่ได้รับการดูแลแต่อย่างใด

จากนั้นเราก็เดินไปชมศาลเจ้าอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าสามเศียรและมีฝ้าเพดานเก่าแก่สีสันสวยงาม
การเดินเที่ยวในหมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสถานที่ที่น่าสนใจและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแห่งนี้จึงจบลงแค่นี้


แต่การเดินทางของเราในวันนี้ยังไม่จบแค่นี้ หลังจากนั้นเรามีโปรแกรมไปแวะที่พักริมทาง “ฮานะโนะเอกิ” กันต่อ ที่พักริมทางแห่งนี้กว้างขวางมองเห็นภูเขา 360 องศา ภายในตัวอาคารมีที่ขายผัก ผลไม้ในท้องถิ่นรวมทั้งร้านขายขนมและที่พลาดไม่ได้เลยก็คือไอศครีมสโนว์แครอท ซึ่งได้จากแครอทที่เค้าเอาไปฝังในหิมะแล้วเอามาทำเป็นไอศครีม คนที่พามาเค้าบอกว่าไอศครีมรสนี้มีขายที่นี่ที่เดียว รสชาติอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ


หลังจากทานไอศครีมกันแล้วเราก็ไปเรียนทำกระดาษสาญี่ปุ่นกันต่อเลย ครั้งนี้เราลองเรียนทำโปสการ์ดกัน ค่าเรียนอยู่ที่แผ่นละ 210 เยน หลังจากทำเสร็จเค้าจะมีเครื่องดูดเอาน้ำที่กระดาษออก แล้วอบให้กระดาษแห้ง เบ็ดเสร็จประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็ได้โปสการ์ดที่ทำจากกระดาษสาญี่ปุ่นในแบบของเราเอง กระดาษนี้มีชื่อเรียกว่ากระดาษ “อุจิยามะ” สถานที่เรียนทำการดาษสาญี่ปุ่นนี้มีชื่อว่า“เทะสุกิวาชิ” เดินจากสถานีรถไฟอียาม่าใช้เวลาประมาณ 10 นาที เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น (แต่ควรมาถึงก่อนเวลา 16:30 น.)

ต้องจองล่วงหน้า
โทร: 0269-67-2794 / แฟ็กซ์: 0269-67-2794


หลังจากที่ทำกระดาษสาเสร็จแล้วเรายังมีเวลาเหลืออีกตั้ง 1 ชั่วโมงกว่ารถไฟจะมา ผู้ร่วมเดินทางของเราบอกว่า ที่อียาม่า มีร้านเค้กที่ดังมากๆ อยู่ร้านนึงชื่อร้าน “พาทิเช่ ฮิราโน่” เค้าบอกว่ากินเค้กที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่ พอพูดมาแบบนี้คนชอบเค้กอย่างเราก็อดไม่ได้ที่จะแวะชิมเค้กก่อนเดินทางกลับมัตสึโมโต้ ว่าแล้วเราก็ไปต่อกันที่ร้านเค้กอีก(จริงๆโซบะและไอศครีมที่พึ่งทานไปก็ยังไม่ย่อยเลย) เค้กร้านนี้มีให้เลือกมากมายหลายชนิด สีสันน่ารับประทานจนเลือกไม่ถูก เค้กที่นี่รสกลมกล่อมไม่หวานมากจนเกินไป เมื่อทานเค้กเสร็จก็นั่งตากแอร์เย็นๆ ดื่มเครื่องดื่ม หลังจากนั่งพักจนหายเหนื่อยก็ได้เวลาที่ชาวคณะจะต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน การเดินทางวันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวที่อียาม่าแต่เมืองแห่งนี้กลับทำให้ผู้เขียนได้ประสบการณ์ดีๆรวมทั้งความทรงจำและมิตรภาพดีๆกลับไปมากมาย


สถานที่ :อำเภออียาม่า จังหวัดนากาโน่

การเดินทาง:
จากโตเกียว : นั่งโฮคุริคุชินกันเซ็นมาลงที่สถานีอียาม่า ใช้เวลา 1 ชม.40 นาที
จากคานาซาว่า : นั่งโฮคุริคุชินกันเซ็นมาลงที่สถานีอียาม่า ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.15 นาที
จากสถานี Nagano : ขึ้นรถไฟสายอียาม่า (Iiyama Line) ตรงชานชาลาที่ 4 ของสถานีนากาโน่ จากนั้นนั่งไปสุดสายจนถึงสถานี Iiyama หากท่านต้องการเดินป่ารวมทั้งเล่นโยคะท่ามกลางต้นไม้ สามารถไปยังนาเบะกุระโคเก็น โมริโนะอีเอะ ได้โดยนั่งรถบัสที่จอดหน้าสถานีอียาม่า หากไม่ทราบว่าจะขึ้นคันไหน สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์แนะนำการท่องเที่ยว (Tourist Information Center) ที่อยู่ตรงชั้น 1 ของสถานีอียาม่าได้ เจ้าหน้าที่ยินดีให้บริการท่านเสมอ สามารถสอบถามเป็นภาษาอังกฤษก็ได้

สำหรับท่านที่ต้องการเช่าจักรยานปั่นเที่ยวในเมืองหรือปั่นไปตามสถานที่ต่างๆก็สามารถทำได้ ร้านให้เช่าจักรยานอยู่ติดกับศูนย์แนะนำการท่องเที่ยว ค่าเช่าจักรยานอยู่ที่ 30 นาที 500 เยน และ 4 ชั่วโมง 2,000 เยน ถ้า 8 ชั่วโมงจะราคา 3,000 เยน (ราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของจักรยานด้วย)
นอกจากจักรยานแล้วยังมีเสื้อกันลมกันฝน รองเท้าและอุปกรณ์ outdoor อื่นๆอีกด้วย
หากต้องการเดินทางไปหมู่บ้านโคสุเกะ สามารถนั่งรถบัสสาย “โนซาวะ”จากสถานีอียาม่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เมื่อลงจากรถบัสแล้วต้องเดินขึ้นไปบนหมู่บ้านซึ่งอยู่บนเขาอีกประมาณ 20 นาที หากท่านต้องการไกด์ท้องถิ่นพาเที่ยวชมหมู่บ้านสามารถติดต่อที่ศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวอียาม่า (Tourist Information Center) ซึ่งอยู่ที่สถานีอียาม่าชั้น1 โดยต้องทำการจองล่วงหน้า
โทร: 0269-62-7000

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์การท่องเที่ยวชินชูอียาม่า http://iiyama-ouendan.net/

2 ตอบกลับไปที่ “อียาม่า (iiyama) เมืองเล็กๆแต่มีอะไรให้ค้นหามากมาย

  1. ขอบคุณค่ะ…

    อียาม่าเมืองเล็กๆแต่มีอะไรดีๆ เยอะกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลยค่ะ เอาไว้แวะมาเที่ยวอีกนะคะ

ใส่ความเห็น

(required)


*